|
Hotmail® has ever-growing storage! Don't worry about storage limits. Check it out.
FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ workingmailhome@hotmail.com
|
| การตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงสามารถบ่งบอกนิสัยของเจ้าของได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีการทายนิสัยจากการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงมาบอก... - ตั้งชื่อตามประเพณี แสดงว่าเป็นคนที่ยึดมั่นเป็นคนอนุรักษ์นิยมเคร่งครัดต่อประเพณีนิยม มีศีลธรรมการเปลี่ยนแปลงชีวิตจะกระทำไปอย่างรอบคอบ - ตั้งชื่อแบบคน แสดงว่าเป็นคนมีนิสัยใจคอที่เป็นมิตรต่อคนอื่นให้เกียรติ และซื่อสัตย์ต่อครอบครัว - ตั้งชื่อตามบุคคลที่มีชื่อเสียง แสดงว่าเป็นคนชอบผจญภัย ฉลาดและต้องการสิ่งตื่นเต้น ชอบใฝ่ฝันถึงชีวิตหรูหราของคนที่มีชื่อเสียง - ตั้งชื่อตามตัวการ์ตูน แสดงว่าเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มีจินตนาการอันสดสวยหักห้ามใจได้ยาก ชอบที่มีชีวิตผูกพันอยู่กับอดีต การตั้งชื่อแบบนี้ทำให้รำลึกถึงชีวิตตอนเป็นเด็กและเป็นคนเข้ากับเด็กได้ดี - ตั้งชื่อแบบก้าวร้าวดุดัน แสดงว่าเป็นคนจิตใจมั่นคง ชอบทำงานหรือเล่นกีฬากลางแจ้งและชอบดูทีวี เพื่อทำให้จิตใจคึกคักขึ้น - ตั้งชื่อแบบตรงกันข้าม แสดงว่าเป็นคนชอบทำให้คนอื่นตื่นเต้นอยู่เสมอ ชอบสิ่งผิดปกติธรรมดา ทำอะไรไม่กลัวคนกล่าวนินทา - ตั้งชื่อแบบคลาสสิกหรือโบราณ แสดงว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาด ชอบและสนใจที่จะพูดถึงสิ่งที่น่าสนใจ อ่านหนังสือ มากและควบคุมอารมณ์ได้ดี - ตั้งชื่อต่างประเทศ แสดงว่าเป็นคนชอบผจญภัยชอบเดินทางและมีความสนใจต่อสิ่งแปลกใหม่พิสดาร ใครที่ตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงแบบไหน ลองนำไปทายนิสัยของเจ้าของกันดูได้. |
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ธปท.จี้ธอส.แก้หนี้เน่าด่วน |
| วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 |
| ขรรค์ ประจวบเหมาะ |
ธปท. พบว่า สินเชื่อของธอส. มีการขยายตัวดี แต่ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปี 2551 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 617,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% ในขณะที่เป็นเอ็นพีแอลมีจำนวน 62,919 ล้านบาท คิดเป็น 10.56% ของยอดสินเชื่อรวม
ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารได้พิจารณาอนุมัติแผนแก้ไขปัญหาหนี้เสีย หรือมาสเตอร์แพลน เพื่อแก้ปัญหาทั้งเรื่องหนี้เอ็นพีแอล และทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) และหนี้ส่วนขาดนอกจากนี้ยังได้อนุมัติให้ดำเนินการแยกสินทรัพย์ดีและสินทรัพย์เสียออกจากกัน
ทั้งนี้ ได้ให้มีการจัดการติดตามหนี้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีฐานลูกค้าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมดเท่าๆ กัน
ทั้งนี้ เพื่อให้การติดตามทวงหนี้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์ เนื่องจากเกรงว่าผลกระทบที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมืองจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าลดลงและอาจจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ธนาคารจึงต้องจับตาเรื่องการปรับเพิ่มของยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในช่วงที่เหลือก่อนสิ้นปีนี้อย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารอยู่ที่ระดับ 10.5% และเมื่อรวมกับหนี้ส่วนขาดจะอยู่ที่ระดับ 13% ถือว่าปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน ที่มีหนี้เสียสูงกว่า 8 หมื่น ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 14.6% ของเงินที่ให้สินเชื่อ
"ประเด็นสำคัญที่ทำให้ยอดหนี้เสียของธนาคารเพิ่มเกิดจากการเปลี่ยนวิธีการลงบัญชีจากรายงวดมาเป็นรายเดือน ซึ่งเรื่องนี้ธปท. ต้องการให้ธนาคารปรับระบบให้เป็นสากล ก็น่าจะเข้าใจดีและคงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผลตรวจสอบของธปท. จะออกมาว่าฐานะการเงินธนาคารอ่อนแอลง เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ธนาคารทุกแห่งฐานะการเงินถดถอยกันหมด ประกอบกับธปท. ใช้เกณฑ์วัดเดียวกับธนาคารพาณิชย์จึงทำให้ผลออกมาแบบนี้ แต่ทางที่ดีควรมองถึงรูปแบบการทำงานของธนาคารในฐานะที่เป็นสถาบันการเงินที่ต้องสนองนโยบายรัฐบาลด้วย" นายขรรค์ กล่าว
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการธนาคาร เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องคอร์แบงกิงของธอส. ได้รับการแก้ไข และทดสอบระบบค่อนข้างสมบูรณ์ถึง 90% แล้ว ซึ่งขณะนี้สามารถให้บริการลูกค้าได้เป็นปกติ แต่ธนาคารยังคงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบเพื่อให้สมบูรณ์ทั้ง 100% ในอีกระยะหนึ่ง
http://www.posttoday.com/finance.php?id=44357
| รู้จัก "PTEC" ศูนย์ทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าแห่งแรกของไทย | |||||||
| ทำไมภาพในจอโทรทัศน์ถึงไม่ชัด เมื่อมีการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือใกล้ๆกัน ? และทำไมถึงต้องห้ามใช้มือถือเมื่ออยู่ในโรงพยาบาล ? คำถามเหล่านี้ "พีเทค" ศูนย์เล็กๆ ของเนคเทค ที่ซ่อนตัวอยู่ในลาดกระบังมานานกว่า 10 ปี มีคำตอบ ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ และสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ได้มีโอกาสเยี่ยม ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือพีเทค (PTEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อเป็นหน่วยงานวิจัยและให้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด โดยอยู่ภายใต้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) โดยพีเทคก่อตั้งขึ้นในปี 2541 พีเทคเป็นศูนย์บริการด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย โดยให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษาและฝึกอบรมเทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน สำรวจสภาพแวดล้อมทางแม่เหล็กไฟฟ้า การทดสอบสายอากาศ
"เมื่อเราใช้งานโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ในเวลาเดียวกัน คอมพิวเตอร์ที่ให้กำเนิดสัญญาณความถี่ของแม่เหล็กไฟฟ้าที่เท่ากับหรือใกล้เคียงกับวงจรฐานเวลาหรือวงจรกำเนิดความถี่ของแม่เหล็กไฟฟ้าในโทรทัศน์ จะไปรบกวนการทำงานของวงจรฐานเวลา ทำให้ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์สั่นไหวไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับที่โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ถูกรบกวนจากโทรศัพท์ ซึ่งการส่งสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนกันของอุปกรณ์ไฟฟ้า 2 ชนิด ตัวที่เป็นแหล่งกำเนิดการรบกวน จะต้องมีคลื่นความถี่ที่สูงกว่า และส่งผ่านพาหะหรือตัวกลาง คือ สายไฟ หรือ อากาศไปยังอุปกรณ์หรือเหยื่อที่ถูกรบกวน" ดร.ไกรสร อธิบาย ที่สำคัญเคยมีรายงานในสหรัฐฯ ว่าโทรศัพท์มือถือไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์การแพทย์ในโรงพยาบาลหลายชนิดและทำให้เกิดความผิดปรกติ เช่น ตู้ควบคุมอุณหภูมิสำหรับเด็กอ่อนแรกคลอด เครื่องกระตุ้นหัวใจ และเครื่องอ่านจังหวะการเต้นของหัวใจ เป็นต้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยถึงแต่ชีวิตได้ จึงเป็นที่มาของการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในบางพื้นที่ของโรงพยาบาล และเอฟดีเอ (Food and Drug Administration: FDA) ยังได้ออกกฎให้ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจจะต้องมีเครื่องเตือนภัยเมื่อเข้าเขตพื้นที่เสี่ยง หลังจากที่พบกรณีเครื่องป้องกันขโมยตามห้างร้านต่างๆ ส่งสัญญาณรบกวนเครื่องกระตุ้นหัวใจในตัวผู้ป่วยโรคหัวใจเมื่อเดินผ่านเครื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า หรืออีเอ็มซี (Electromagnetic Compatibility: EMC) คือ ความสามารถของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า และในขณะเดียวกัน ต้องสามารถทนต่อการถูกรบกวนจากปรากฏการณ์ทางแม่เหล็กฟ้าจากภายนอกได้ ซึ่งการแพร่สัญญาณไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า อีเอ็มไอ (Electromagnetic Interference: EMI) และความสามารถในการต้านทานการรบกวนของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า อีเอ็มเอส (Electromagnetic Susceptibility: EMS) ส่วนห้องแล็บทดสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดโดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากล ก็เป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญมาก ซึ่งหากอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้วัตถุดิบที่คุณภาพไม่ดี อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ เช่น ปลั๊กไฟที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ใช้วัสดุที่ทนความร้อนสูงสุดระหว่างการใช้งานไม่ได้ อาจเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ได้โดยที่หลายคนอาจไม่คาดคิด รวมทั้งแบตเตอรีโทรศัพท์ เตารีด กระติกน้ำร้อน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำรองไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ และอื่นๆ ซึ่งพีเทคจะต้องทดสอบความปลอดภัยในสภาวะการทำงานปรกติ และสภาวะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้พีเทคยังมีห้องแล็บให้บริการทดสอบประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ การสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า และเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ปัญหาสัญญาณรบกวน เช่น สนามบิน รถไฟฟ้าบีทีเอส กองทัพเรือ และธนาคารต่างๆ ส่วนการทำงานของพีเทคนั้นจะได้รับการตรวจสอบและประเมินทุกๆ ปี ตามมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี (ISO/IEC 17025) ซึ่งดำเนินการโดย สมอ.และขณะนี้พีเทคมีเจ้าหน้าที่รวม 19 คน โดยให้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์ที่เป็นของเล่นสำหรับเด็กด้วย
ดร.ไกรสร บอกว่า ในอนาคตพีเทคมีแผนที่จะขยายห้องแล็บเพื่อให้บริการทดสอบในด้านอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และอุปกรณ์อาร์เอฟไอดี (RFID) รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งการให้บริการของพีเทคนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาในการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบยังต่างประเทศ ลดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และลดปัญหาการว่างงานได้ ทั้งนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของพีเทค ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันที่ 27 เม.ย.52 ที่ผ่านมา ได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมการทำงานของพีเทคให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสินค้าในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผลักดันให้มีการทำงานวิจัยร่วมกับเอกชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพดีขึ้น รวมถึงให้มีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้ที่ว่างงานหรือกำลังจะว่างงาน เพื่อให้มีความรู้ที่จะนำไปประกอบอาชีพต่อไปได้ สนับสนุนการร่วมมือกับเอกชนในการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับบริษัท และหากพนักงานมีความรู้และมีฝีมือมากขึ้นก็จะช่วยลดปัญหาการเลิกจ้างงานได้ | |||||||
| ที่มาข้อมูล : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 3 พฤษภาคม 2552 | |||||||
| กลิ่นหอมของดอกไม้กำลังจะจางหายไป | |||
| นอกจากการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัสแล้ว "กลิ่น" นับว่า มีบทบาทอย่างมากต่อการรับรู้ของเรา กลิ่นหอมเป็นสิ่งที่ทุกคนชอบและกลิ่นเหม็นเป็นสิ่งที่คนไม่ชอบ ปกติแล้วโมเลกุลของกลิ่นนั้นแพร่กระจายได้ง่ายๆ ในอากาศ แต่นักชีวเคมีชี้แจงว่า มลภาวะทางอากาศสกัดกั้นระยะการแพร่ของกลิ่นดอกไม้ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า กลิ่นเหล่านี้ทำให้การดึงดูดผึ้งและสัตว์ช่วยผสมเกสรอื่นๆ ทำงานในระยะทางที่น้อยลงถึง 1 ใน 3 ทีเดียว ดังนั้นหากเราต้องการรับกลิ่นหอมให้ได้ระยะไกลๆ ไปนานๆ จึงต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำไมเราจึงได้กลิ่น - กลิ่นนั้นเป็นสัญญาณที่ตอบสนองจากสารเคมีผสมในอากาศรอบๆ ตัวเรา ที่เรารับได้ผ่านตัวรับที่อยู่ในเซลล์ (olfactory cell) ในจมูกของเรา ตัวรับที่ไม่เหมือนกันจะตรวจจับองค์ประกอบของเคมีได้ต่างกันทำให้การรับกลิ่นนั้นต่างกัน ตัวรับเหล่านี้เกิดจากยีนที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งพันยีนหรือเกือบร้อยละ 3 ของยีนทั้งหมด สิ่งที่จมูกสัมผัสได้ - บางครั้งรสชาติอาหารก็เพิ่มขึ้นได้เพราะกลิ่น ดังนั้นเมื่อเราเป็นหวัดเราจึงรู้สึกว่า อาหารนั้นมีรสชาติเปลี่ยนไป เซลล์ตัวรับประสาทสัมผัสในจมูกสามารถตรวจจับกลิ่นที่เข้าไปในร่างกายของเราโดยอากาศได้ และส่งสัญญาณไปยังสมองผ่านเส้นประสาทการรับกลิ่น
ศาสตราจารย์ Jose Fuentes นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศจากมหาวิทยาลัยเวอร์จีเนียบอกว่าเมื่อเราเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ สิ่งที่เราอยากได้ก็คือดมกลิ่นหอมหวานของดอกไม้เหล่านั้น แต่ตอนนี้กลับพบว่า มีบางอย่างที่สกัดกั้นกลิ่มหอมนั้น มลภาวะและไอระเหยจากรถยนต์และโรงงานสร้างมลพิษให้เกิดในอากาศ ซึ่งอาจทำลายกลิ่นหอมของดอกไม้ได้ กลิ่นหอมของดอกไม้เดินทางไปได้ไกลเพียง 1 ใน 3 ของระยะทางเดิมเท่านั้น ดอกไม้สร้างกลิ่นที่มีโมเลกุลที่เหมาะสมกับการโชยไปในอากาศ แต่มลภาวะก็ทำให้โมเลกุลของกลิ่นแตกออกและทำลายกลิ่น สำหรับมนุษย์แล้วจะไม่ได้กลิ่นหอมของดอกไม้แต่สำหรับผึ้งแล้วบางทีมันก็ได้กลิ่นแต่บางทีก็ไม่ได้กลิ่น สัตว์ที่ช่วยผสมเกสรใช้เวลาในการหาอาหารมากขึ้นแต่กลับใช้เวลาเก็บอาหารน้อยลง กลิ่นของดอกไม้ที่หายไปนั้นมีผลอย่างมากต่อประชากรผึ้ง และประชากรดอกไม้ก็อาจจะลดลงเนื่องจากพืชก็ต้องการสัตว์ผสมเกสรในการผสมให้เกิดเป็นดอกไม้ แต่เราก็ช่วยทำให้ประชากรผึ้งและกลิ่นของดอกไม้กลับมาได้ สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ก็คือช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังนั่นเอง... | |||
| ที่มาข้อมูล : www.animalpicturegallery.net www.biotec.or.th www.britannica.com www.library.thinkquest.org | |||
| บัวแก้วสำราญศิลป์สุนทรีย์ไทย |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 6 พฤษภาคม 2552 17:49 น. |
|